โครงการพัฒนาหลักสูตรความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมระดับปฐมวัย จังหวัดเชียงใหม่

ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา, โครงการปริญญาเอกพหุวัฒนธรรมศึกษา ร่วมกับสำนักงานเทศบาลตำบลเจดีย์แม่ครัว จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรตามโครงการ  "พัฒนาหลักสูตรความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมระดับปฐมวัย จังหวัดเชียงใหม่" เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 ทั้งนี้เพื่อจัดทำหลักสูตรระดับปฐมวัยที่มีความเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนในท้องถิ่นบนฐานคิดพหุวัฒนธรรม  มีรองศาสตราจารย์ ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์  หัวหน้าศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา เป็นกระบวนกร โดยมีการจัดกิจกรรม 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเช้ามีการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างอาจารย์ นักศึกษาปริญญาเอกสาขาพหุวัฒนธรรมศึกษา และครูผู้สอนจากศูนย์การเรียนเด็กเทศบาลตำบลเจดีย์แม่ครัว จังหวัดเชียงใหม่ ถึงเป้าหมายที่แต่ละคนหวังไว้ต่อหลักสูตรการสอนที่คำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้เรียน ซึ่งแต่ละคนได้เสนอความคิดเห็นเพื่อผลักดันไปสู่การปฏิบัติ อาทิ อยากเรียนรู้การทำสื่อเกี่ยวกับพหุวัฒนธรรม,หนังสือนิทาน,ของเล่น,มุมกิจกรรมการเรียนรู้,บทเพลง,ชุดแต่งกาย     รวมทั้งอยากเรียนรู้การสอนพหุวัฒนธรรมที่ถูกวิธี และนำมาบูรณาการกับหลักสูตรเดิมที่มีอยู่ และอยากเห็นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็ก  ส่วนกิจกรรมในช่วงบ่าย คณะทำงานได้หารือร่วมกันเพื่อวางแผนจัดเก็บข้อมูลในการจัดทำหลักสูตร ซึ่งได้ข้อสรุปดังต่อไปนี้
1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพหุวัฒนธรรม
2. ทัศนคติวิธีคิด
3. หาความรู้จากชุมชน 4 สาระ/ลงพื้นที่
4. จัดทำแผนการเรียนรู้/ออกแบบแผน 4 สาระ
5. จัดกิจกรรมเสริมสร้างการยอมรับในความต่างหลากหลายระหว่างผู้เรียน
6. ผลิตสื่อ
7. สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน/ผู้ปกครอง (
Partnership)
จากการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ทำให้ก่อเกิดแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนมายิ่งขึ้น โดยเฉพาะ การพัฒนาความรู้  เพื่อนำไปสู่การจัดกิจกรรม และนำองค์ความรู้มาผลิตสื่อการเรียนการสอน  ในการนี้ได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมอบรมหลายประเด็น อาทิ การออกแบบหลักสูตรในลักษณะนี้ควรระมัดระวังเรื่องหลักสูตรแฝง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏในหลักสูตร แต่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของเด็ก   ต้องรอบคอบในเรื่อง การตัดสินเด็กบนบรรทัดฐานเดิม  ทั้งเรื่องการแต่งกาย  การเรียน  ซึ่งไม่ควรเอาความรู้ชุดเดียวมาตัดสินเด็ก อย่างน้อยควรจะมี 3 ชุดความรู้ ก่อนตัดสินเด็ก  เช่น การไหว้  เมื่อเห็นเด็กๆไม่ไหว้อย่างเพิ่งตัดสินว่าไม่มีมารยาท เพราะวัฒนธรรมของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน  ที่สำคัญคือการฟังเสียงของผู้ปกครอง ปราชญ์ชาวบ้าน เพราะจะทำให้ทราบถึงประวัติศาสตร์ชุมชน  และเราสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนเพื่อให้เห็นการเกิดขึ้นของชุดความรู้ในชุมชนนั้นๆ  และประสานความร่วมมือกับแผนที่องค์กรสื่อที่สามารถเข้ามาเป็นเครือข่ายได้ จะช่วยให้กระบวนการจัดทำหลักสูตรมีความชัดเจนมายิ่งขึ้น



รองศาสตราจารย์ ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์ นำการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์


ผู้แทนคุณครูจากศูนย์การเรียนเด็กเล็กเทศบาลตำบลเจดีย์แม่ครัว

นำเสนองานวิชาการ Ten year on : A case study of migrant education in urban Chiang Mai


................รองศาสตราจารย์ ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์  หัวหน้าศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา  สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เข้าร่วมนำเสนอบทความวิชาการเรื่อง Ten year on : A case study of migrant education in urban Chiang Mai   ในงาน 4th World Congress of administrative & Political sciences ซึ่งจัดขึ้นที่ Quality Hotel Rouge et Noir Convention Center  ระหว่างวันที่ 26 - 28 พฤศจิกายน 2558 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

รองศาสตราจารย์นงเยาว์ เนาวรัตน์ ร่วมถ่ายภาพกับนักวิชาการที่มานำเสนองานวิชาการ


ก้าวต่อไปของการศึกษา แม่สอด - เมียวดี


.............ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย นายนพดล อยู่พรหมแดน  นักวิชาการศูนย์ฯ มีโอกาสเข้าร่วมโครงการประชุม สรุปบทเรียนและก้าวต่อไปจากการเชื่อมโยงการศึกษาแม่สอด เมียวดี  วันพฤหัสบดีที่ 26 ถึง วันศุกร์ 27 พฤศจิกายน 2558 ณ วัฒนาวิลเลท รีสอร์ท อ.แม่สอด จ.ตาก ภายใต้ชุดโครงการพัฒนาแนวทางและรูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับผู้มีปัญหาสถานะบุคคลและแรงงานข้ามชาติ (ศสร.) ดำเนินงานโดย มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบทร่วมกับมูลนิธิช่วยไร้พรมแดน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำโครงการการเชื่อมโยงการศึกษาแม่สอด-เมียวดีขึ้น มีเป้าหมายเพื่อให้บุตรหลานแรงงานข้ามชาติจากประเทศเมียนมาที่เรียนในศูนย์การเรียน สามารถนำวุฒิการศึกษากลับเข้าไปเรียนต่อได้เมื่อต้องกลับบ้านและเป็นความสอดคล้องเชื่อมโยงกันในประชาคมอาเซียนด้านการศึกษาและวัฒนธรรมอีกด้วยโดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่แม่สอดและจังหวัดตาก และเป็นการทำงานร่วมกันกับเขตการศึกษาเมืองเมียวดี(Myawaddy Township Education Center) รัฐกระเหรี่ยง ประเทศเมียนมา โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัดทุกระดับและองค์การยูนิเซฟ ประเทศเมียนมา
...............ขณะนี้โครงการฯ ได้พัฒนาแนวทางการเชื่อมโยงการศึกษาไทย – เมียนมา ในพื้นที่นำร่องอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประเทศไทยกับเมืองเมียวดี รัฐกระเหรี่ยง ประเทศเมียนมา มีผลการดำเนินงานร่วมกันที่เป็นรูปธรรมแล้ว โดยศูนย์การเรียนรู้ในอำเภอแม่สอด สามารถใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ (Non-formal Primary Education – NFPE) ของประเทศเมียนมา มาจัดการเรียนการสอนในศูนย์การเรียนได้ มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ร่วมกับ องค์การยูเนสโก กรุงเทพมหานคร และเขตการศึกษาเมืองเมียวดีจึงกำหนดจัดประชุมนำเสนอผลการดำเนินงานและบทเรียนการทำงานร่วมกันและหารือแนวทางการทำงานในอนาคตร่วมกันทั้งในระดับพื้นที่และระหว่างสองประเทศต่อไป การจัดการประชุมมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
.........1. เพื่อแลกเปลี่ยนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กต่างชาติในประเทศไทย และการจัดการศึกษาให้แก่เด็กตกหล่นในประเทศเมียนมาและภูมิภาคอาเซียน
.........2.เพื่อสรุปบทเรียนการเชื่อมโยงการศึกษาระหว่างกันในพื้นที่แม่สอด จังหวัดตาก ประเทศไทย และเมืองเมียวดี รัฐกระเหรี่ยง ประเทศเมียนมา
.........3.เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน และหารือแนวทางการพัฒนาการเชื่อมโยงการศึกษาระหว่างประเทศไทยและเมียนมาในอนาคต

หารือแนวทางการพัฒนาการเชื่อมโยงการศึกษาในระดับพื้นที่และระหว่างประเทศไทย
และเมียนมาในอนาคต


Kyaw Lwin Latt  ผู้แทนยูนิเซฟ ประเทศเมียนมา

Dr.Tin Nyo, Vice chairman, Myanmar Non-Formal Primary Education. (NFPE)

การแสดงของน้องๆนักเรียนจากศูนย์การเรียนรู้ฯ ในช่วงพิธีเปิด

ร่วมบันทึกภาพหลังจากจบการเสวนา