โครงการสัมมนาวิชาการ เรื่อง
การเข้า (ไม่) ถึงสิทธิทางการศึกษาและวัฒนธรรมของเด็กข้ามชาติ
*******************************
การเข้า (ไม่) ถึงสิทธิทางการศึกษาและวัฒนธรรมของเด็กข้ามชาติ
*******************************
ความเป็นมา
ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา
สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมมือกับกลุ่มเยาวชนไทใหญ่ (Shan Youth
Power) ดำเนินโครงการหนุนเสริมพลังอำนาจเยาวชนไทใหญ่เข้าสู่ระบบการศึกษาในประเทศไทย
ตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ นับตั้งแต่ปี
2547 เป็นต้นมา รัฐไทยให้ความสำคัญกับการผลักดันนโยบายการศึกษาแบบถ้วนหน้า (Education
for All) มาตามลำดับ ซึ่งเป็นการขยายสิทธิการศึกษาให้ครอบคลุมเด็กทุกคนที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
ทั้งมีและไม่มีสถานะบุคคลเป็นคนชาติของประเทศไทยและคนชาติของประเทศใดๆในโลกใบนี้
นโยบายการศึกษาแบบถ้วนหน้าดังกล่าวเริ่มขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5
กรกฎาคม พ.ศ.2547 มีสาระสำคัญประมวลได้ดังนี้ 1. ให้เด็กทุกคน
โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติไทยมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี 2.
การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นการศึกษาให้เปล่าคลอบคลุมเด็กทุกคน และ 3.
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องมีคุณภาพ เป็นธรรม และทั่วถึง
นอกจากนี้
รัฐบาลยังสร้างนโยบายที่สำคัญรองรับเป็นกรณีพิเศษ
สำหรับเด็กที่เป็นทายาทแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน
และเด็กไร้สัญชาติกลุ่มอื่นๆ ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เช่น เด็กบนพื้นที่สูง
เด็กชาวเล เด็กที่เป็นทายาทคนไทยพลัดถิ่น เด็กเร่ร่อนจรจัด เด็กในสถานสงเคราะห์
เป็นต้น เพื่อให้เด็กชายขอบดังกล่าวเข้าถึงการศึกษา อย่างเสมอภาค มีคุณภาพ
และเป็นธรรม ซึ่งความเป็นธรรมนั้น ได้รวมถึงการจัดการเรียน
การสอนที่เคารพต่อ ภาษา และวัฒนธรรมบุพการี เคารพต่อความแตกต่างทางเพศสภาพของผู้เรียน และหลักการปกครองแบบประชาธิปไตย อาทิ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2547 1. รับหลักการร่างประกาศระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย “หลักฐานวันเดือนปีเกิด ในการรับนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร พ.ศ.2548” ที่แก้ไขจากประกาศของกระทรวงเรื่องเดียวกัน ฉบับ ปี พ.ศ.2535 ในฉบับแก้ไขใหม่ยังคงกำหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่รับเด็กเข้าศึกษาในสถานศึกษาของไทย แม้ไม่มีหลักฐานแสดงสถานะบุคคลใดๆ 2. กำหนดให้เด็กนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร ได้รับหลักฐานการศึกษาเมื่อสำเร็จการศึกษา 3. มีมติให้จัดสรรงบประมาณอุดหนุน เป็นค่าใช้จ่ายรายหัวให้แก่สถานศึกษาที่จัดการศึกษาแก่เด็ก
ที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่ายรายหัวที่จัดสรรให้แก่เด็กไทย การอุดหนุนครอบคลุมทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชน
4. ให้แนวทางในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มที่กล่าวถึง ว่าต้องเหมาะสม มีความยืดหยุ่น และสอดคล้องกับภาษาและวัฒนธรรมผู้เรียน ทว่าประกาศฉบับนี้ได้กำหนดให้สิทธิข้างต้น ไม่ครอบคลุมเด็กในศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ซึ่งให้รับการศึกษาที่จัดในศูนย์พักพิงชั่วคราว ต่อไป
การสอนที่เคารพต่อ ภาษา และวัฒนธรรมบุพการี เคารพต่อความแตกต่างทางเพศสภาพของผู้เรียน และหลักการปกครองแบบประชาธิปไตย อาทิ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2547 1. รับหลักการร่างประกาศระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย “หลักฐานวันเดือนปีเกิด ในการรับนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร พ.ศ.2548” ที่แก้ไขจากประกาศของกระทรวงเรื่องเดียวกัน ฉบับ ปี พ.ศ.2535 ในฉบับแก้ไขใหม่ยังคงกำหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่รับเด็กเข้าศึกษาในสถานศึกษาของไทย แม้ไม่มีหลักฐานแสดงสถานะบุคคลใดๆ 2. กำหนดให้เด็กนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร ได้รับหลักฐานการศึกษาเมื่อสำเร็จการศึกษา 3. มีมติให้จัดสรรงบประมาณอุดหนุน เป็นค่าใช้จ่ายรายหัวให้แก่สถานศึกษาที่จัดการศึกษาแก่เด็ก
ที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่ายรายหัวที่จัดสรรให้แก่เด็กไทย การอุดหนุนครอบคลุมทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชน
4. ให้แนวทางในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มที่กล่าวถึง ว่าต้องเหมาะสม มีความยืดหยุ่น และสอดคล้องกับภาษาและวัฒนธรรมผู้เรียน ทว่าประกาศฉบับนี้ได้กำหนดให้สิทธิข้างต้น ไม่ครอบคลุมเด็กในศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ซึ่งให้รับการศึกษาที่จัดในศูนย์พักพิงชั่วคราว ต่อไป
ศูนย์พหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา
ฯ จึงเล็งเห็นความจำเป็นที่จัดประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นและประสบการณ์ทำงานของภาคีหุ้นส่วนทั้งภาครัฐ
ประชาสังคม เด็กและเยาวชน และครอบครัวแรงงานไทใหญ่ เพื่อทบทวนการเข้า(ไม่)ถึง สิทธิทางการศึกษาและวัฒนธรรมของเด็กข้ามชาติ
และโอกาสการเข้าถึงระดับอุดมศึกษา ในรอบ 1 ทศวรรษ
ในกรณีของพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เด็กส่วนใหญ่มีบุพการีเป็นชาวไทใหญ่
ที่อพยพมาจากรัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์
ที่อพยพมาจากรัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์
วัตถุประสงค์
1. เพื่อทบทวนโอกาสการเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาและวัฒนธรรมของเด็กข้ามชาติ
ในเชียงใหม่ ตั้งแต่รัฐไทยประกาศนโยบายการศึกษาถ้วนหน้า ปี 2547
2. สร้างข้อเสนอเชิง
นโยบายระดับพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนสานฝันให้เด็กข้ามชาติเข้าถึงการศึกษาและพหุวัฒนธรรม
ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้เข้าร่วมประชุม 70 คน ประกอบด้วย
ผู้เข้าร่วมประชุม 70 คน ประกอบด้วย
1.
เด็กข้ามชาติและผู้ปกครอง
2.
ผู้แทนหน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรชุมชนคนผลัดถิ่นข้ามชาติ
3.
ผู้แทนสถานศึกษาที่รับเด็กข้ามชาติเข้าศึกษาระดับต่างๆ
4.
ผู้แทนสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา
5.
ผู้แทนหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น
6.
สื่อมวลชน
7.
ผู้แทนองค์กรครูพันธุ์ใหม่
8.
นักวิชาการและผู้สนใจ
วันและสถานที่
.........วันที่ 16 ตุลาคม 2558 ห้องประชุมฝ้ายคำ
(ตึกใหม่) สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
(ข้างหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
ผู้สนใจติดต่อ :
คุณนพ โทร.
080-6797801 หรือ E-mail :
nop_tpg@hotmail.com
